วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562

หลงไหลในร่องเสียง ตอน มีอะไรในเครื่องเล่นแผ่นเสียง

          บทความตอนนี้เขียนเพื่อให้รู้จักส่วนต่าง ๆ ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันนะครับ เนื้อหาจะพยายามใส่ภาษาอังกฤษแนบไว้ด้วยเผื่อเอาไว้ค้นคว้าเพิ่มเติมจากเว็บต่างประเทศ ซึ่งมีรายละเอียด และข้อมูลมากกว่า

         เครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable) ในยุคปุจจุบัน หรือเครื่องเล่นในระดับ ไฮเอนด์ ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบ แมนวล (Manual) หมายถึงผู้เล่นต้องเปิดเครื่องเอง ยกโทนอาร์มวางลงบนแแผ่นเสียงเอง และยกเก็บเองเมื่อเล่นหมดแผ่น ต่างจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงในยุค 60-90 ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงชนิด อัตโนมัติ (Automatic) ผู้เล่นเพียงแค่วางแผ่น กดปุ่ม เครื่องจะเริ่มหมุน และยกโทนอาร์มไปวางเอง ยกโทนอาร์มเก็บเมื่อเล่นหมดแผ่น 




ตัวอย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงชนิด Full Auto 

       เคร่ืองเล่นแผ่นเสียงชนิด Full Auto จุดหลัก ๆ ที่มองเห็นได้ชัดคือ มีปุ่ม มีสวิตส์หลายจุดบนตัวเครื่อง  เครื่องชนิด Full Auto นี้ สามารถเลือกได้ ว่าใช้แผ่นเสียงขนาด 12 นิ้ว 10 นิ้ว หรือ 7 นิ้ว เลือกความเร็ว (Speed) ได้ว่า 33 1/3 รอบต่อนาที (RPM) หรือ 45 รอบ ต่อนาที หรือบางรุ่นอาจมีถึง 75 รอบต่อนาที มีปุ่มกดยกวางโทนอาร์มอัตโนมัติ (Auto) มีปุ่มยกเลิกการเล่นก่อนหมดแผ่น (Cut) เป็นต้น 

        เครื่องเล่นแผ่นเสียง ชนิดกึ่งอัตโนมัติ (Semi auto) การทำงานคล้านกับชนิด Full auto เพียงลดทอนกลไก การเลือกเล่นแผ่นเสียงลง เนื่องจาก ในยุคหลัง ๆ มาตรฐานของแผ่นเสียงที่ใช้กันตามบ้านจะเป็นขนาด 12 นิ้วเป็นหลัก เครื่องเล่นแผ่นเสียงชนิด Semi auto นี้ ผู้เล่นต้องทำการเปิดเครื่อง ยกโทนอาร์มวางลงบนแผ่นเสียงเอง ทำให้สามารถเลือกเพลงที่จะเล่นเป็นเพลงแรกได้ (ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้เล่นที่สามารถสังเกตุแทรค (Track) ของเพลงบนแผ่นเสียงได้) แต่จะยกโทนอาร์มกลับเองเมื่อเล่นจบแผ่น


ตัวอย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงขนิด Semi Auto 


             เกริ่นกันมาพอสมควรกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบต่าง ๆ แล้วนะครับ มาลองดูส่วนประกอบที่สำคัญของเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันบ้าง ในบทความนี้คงจะเน้นที่ส่วนประกอบสำคัญ ๆ ของเครื่องเล่นยุคปัจจุบันเท่านั้นนะครับ 
            โทนอาร์ม (Tonearm) ที่เราใชกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เรียกว่า ไพวอทโทนอาร์ม (pivoted tonearm) คือโทนอาร์มที่เคลื่อตัวตามแนวโค้งจากขอบแผ่นเสียงด้านนกเข้าสู่จุดศูนย์กลางของแผ่นเสียง ส่วนใหญ่จะมีความยาวจากจุดหมุนถึงปลายโทนอาร์มประมาณ 9 นิ้ว และมีรูปทรง อยู่ 3 แบบ คือ 
           โทนอาร์มแบบตรง (Straight Tonearm)
           

           โทนอาร์มรูปตัว เอส ( S Shaped Tonearm) 


           โทนอาร์มรูปตัว เจ ( J Shaped Tonearm)



           ในส่วนประกอบที่สำคัญของโทนอาร์ม ยังมีส่วนที่ต้องรู้จักอีกนะครับ 
           
รูปที่  1


1 ตุ้มปรับน้ำหนัก (counterweight tonearm) ใช้ปรับความสมดุลและแรงกดของปลายเข็ม
2 จุดหมุนโทนอาร์ม (Pivot Center) 
3 ก้านโทนอาร์ม (Tonearm)
4 เฮดเชล (Head shell) ใช้ยึดจับหัวเข็ม
5 อาร์มลิฟท์ (Arm lift) ใช้ยกโทนอาร์มขึ้นพักในขณะเล่น หรือช่วยในการวางแผ่นเสียงสำหรับผู้เล่นที่ไม่ชำนาญในการวางโทนอาร์มลงบนแผ่นเอง

รูปที่ 2 
1 แอนตี้เสก็ตติ้ง (Anti skating) ใช้ปรับชดเชยแรงเหวี่ยงของโทนอาร์มเข้าสู่ศูนย์กลางขณะแผ่นเสียงหมุน ซึ่งจะทำให้ปลายเข็มเบียดร่องด้านในมากกว่า 
2 อาร์มเรส (Arm rest) ที่พักอาร์ม หรือวางอาร์มขณะที่ไม่ได้ใช้งาน

นอกจากโทนอาร์มชนิด Pivoted ที่ใช้กันทั่วไปแล้ว ยังมี โทนอาร์มแบบ ลิเนียร์ แทรคกิ้ง (Linear Tracking) ซึ่งมักพบในเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีราคาแพง โดยมีจุดเด่นในเรื่องของการจับร่องได้ตรงตลอดทั้งรอบนอก และรอบในของแผ่นเสียง ซึ่งหมายถึงไม่จำเป็นต้องมี Anti Skating ด้วย 



ส่วนประกอบของเครื่องเล่นแผ่นเสียง



1 แผ่นรองแผ่นเสียง (Mat)  มีหน้าที่รองรับแผ่นเสียง เพื่อกันแผ่นเสียงเสียดสีกับแพลทเตอร์เป็นรอย และลดการลื่นไถลของแผ่นเสียงกับแพลทเตอรื ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องเล่นเข้ามาแผ่นเสียง ทั่ว ๆ ไป Mat จะมีสามแบบ คือ 
 Mat ที่เป็นวัสดุเส้นใยคล้ายพรม หรือทำจาก carbon fiber ป้องกันไฟฟ้าสถิต แต่มีข้อเสียคือเก็บฝุ่น


Mat ที่ทำจากยาง พบได้ในเครื่องเล่นแผ่นเสียงทั่ว ๆ ไป อาจมีลวดลายที่ออกแบบ ให้ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่จะส่งผ่านจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปที่แผ่นเสียง ราคาไม่แพง ทำความสะอาดง่าย 

Mat ที่ทำจากไม้คอร์ก หรือ ไม้คอร์กสังเคราะห์ (Cork Mat or Cork rubber Mat)  เป็นแผ่นรองที่ทำจากไม้คอร์กที่มีความหนาแน่นคงที่ หรือทำมาจากยางสังเคราะห์อัดเป็นแผ่นแบบไม้คอร์ก มีข้อดีคือ สะสมฝุ่นน้อยกว่าแบบเส้นใยผ้า แต่ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า แผ่นเสียงยึดเกาะกับแพลทเตอร์ได้ดีพอ ๆ กับยาง 



2 แพลทเตอร์ (Platter) ทำหน้าที่รองรับและหมุนแผ่นเสียงโดยรับแรงหมุนมาจากมอเตอร์ ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุ ที่มีความหนาแน่นสูง เช่น ทองเหลือง อลูมิเนียม อัลลอยด์ หรืออะครีลิค แพลทเตอร์ที่ดี จะต้องมีน้ำหนักสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ส่งผ่านความถี่ย่านต่าง ๆ ได้ไม่ดี ไม่มีอาการก้องค้าง (Ringing) 

 3 สายพาน (Belt) ทำหน้าที่ส่งแรงหมุนจากมอเตอร์ไปยังแพลทเตอร์ คุณสมบัติของสายพานที่ดี ต้องมีความคงตัว คือยืดหยุ่นได้บ้าง เนื้อยางนิ่มเพื่อลดการสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ไปยังแพลทเตอร์ มีทั้งแบบเส้นกลม และเส้นแบน 


สายพานแบบเส้นกลม 

สายพานแบบเส้นแบน


4 พูลเล่ท์ (Pulley) ทำหน้าที่ส่งกำลังจากมอเตอร์และทดรอบการหมุนให้พอดีตามที่ต้องการ โดยทั่งไป ขนาด พูลเล่ท์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำให้แพลทเตอร์หมุนเร็วขึ้นด้วย เครื่องเล่นแผ่นเสียงส่วนใหญ่พูลเล่ท์จะมี สองขนาดในตัวเดียวกัน (2 ชั้น) คือชั้นที่มีขนาดเล็กสำหรับรอบ 33 1/3 RPM และ ชั้นที่มีขนาดใหญ่สำหรับ รอบ 45 RPM



5 สปินเดิล (Spindle) เป็นจุดหมุนของแพลทเตอร์ และยังเป็นแกนสวมรูเพื่อยึดแผ่นเสียงให้อยู่กับที่ 

คงจะพอเข้าใจส่วนประกอบของเครื่องเล่นแผ่นเสียงกันแล้วนะครับ บทความต่อไปคงจะเป็นการ Setup เครื่องเล่นแผ่นเสียงเบื้องต้นครับ 


วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562

หลงไหลในร่องเสียง ตอน ระบบขับเคลื่อนของเครื่องเล่นแผ่นเสียง

ระบบขับเคลื่อนของแผ่นเสียงในบทความนี้จะคุยกันในเรื่องระบบการขับแพลทเตอร์นะครับ จุดมุ่งหมายของการขับเคลื่อนคือทำให้แพลทเตอร์หมุนได้ราบเรียบ นุ่มนวล และมีความเร็วคงที่มากที่สุด 
          ต้นกำลังของระบบขับเคลื่อนหลัก ๆ หนีไม่พ้นต้องเป็นมอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ AC หรือ มอเตอร์ DC เมื่อมอเตอร์หมุนก็จะส่งกำลังผ่านไปให้แพลทเตอร์หมุนตาม ซึ่งปัจจุบัน ระบบส่งกำลังจากมอเตอร์สู่แพลทเตอร์จะมีวิธีหลัก ๆ 3 วิธี ดังนี้
           1. ส่งกำลังผ่านลูกยาง (idler wheel) มักพบในเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นเก่า หลักการทำงานคืออยู่ตรงกลางระหว่างพูลเล่ท์มอเตอร์ และขอบด้านในของแพลทเตอร์ ซึ่งสามารถปรับความเร็วรอยด้วยการเปลี่ยนขนาดพูลเล่ท์มอเตอร์ พูลเล่ท์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รอบจะเร็วขึ้น ในทางกลับกัน รอบจะช้าลง เมื่อพูลเล่ท์มีขนาดเล็กลง


ตำแหน่งที่ลูกยาง idler สัมผัสกับพูลเล่ท์



             ข้อดีของการใช้ระบบส่งกำลังด้วยลูกยาง  idler คือสามารถขับให้แพลทเตอร์หนัก ๆ หมุนได้มั่นคงมาก แต่ข้อเสียก็มีมาก เช่น เมื่ใช้งานไปนาน ๆ ทำให้แกนมอร์เตอร์สึกจากแรงเบียด หากลูกยาง idler เริ่มเสื่อมสถาพ แข็ง จะทำให้ลื่น ส่งกำลังได้ไม่เต็มที่ รอบก็จะช้าลง และในที่สุด ลูกยาง idler อาจจะเปื่อยยุ่ยแตกจนส่งกำลังไม่ได้เลย ซึ่งปัจจุบันหาอะไหล่ทดแทนได้ยากวิธีการแก้ใขแบบง่าย ๆ และสามารถใช้งานได้ทนทานในระยะยาวคือ ถอดแกนลูกยาง idler อันเก่าไปจ้างร้านกลึง ด้วยทองเหลือง หรือเสตนเลส ให้ทีขนาดไกล้เคียงกับลูกยางอันเดิม และเซาะร่องรอบ ๆ เพื่อไส่โอริง ตามภาพด้านล่าง เมื่อยางโอรองสึก หมดอายุ ก็แค่เปบี่ยนโอริงซึงหาได้ง่ายกว่าหาซื้อลูกยาง idler มาก 


          2 ส่งกำลังผ่านสายพาน เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุด ทั้งในเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาถูก ถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียงระดับ Hi end ราคาหลักแสน หลักล้าน ด้วยแนวความคิดที่ว่า เราสามารถ แยกมอเตอร์ซึ่งมีการสั่นสะเทือนให้แยกตัวออกจาก แท่นเครื่อง และแพลทเตอร์ ด้วยความนิ่มของสายพาน แรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์จึงส่งผ่านมาที่แพลทเตอร์ได้น้อยมาก เมื่อสายพานมีความตึงไม่มากเกินไป แต่จุดด้อย ก็มีอยู่ตรงที่หากสายพานหย่อน ล้า จะทำให้ส่งกำลังได้น้อยลง รอบของเครื่องเล่นแผ่นเสียงจะตกลงด้วย ดังนั้นเครื่องเล่นแผ่นเสียงชนิดที่ใช้สายพาน ควรจะต้องทีการเช็คสายพานเป็นระยะ ๆ โดยการเช็คว่ารอบของเครื่องยังทำงานด้วยความเร็วปกติอยู่หรือไม่ 

ลักษณะการใช้สายพานขับเคลื่อนในเครื่องเล่นแผ่นเสียงทั่ว ๆ ไป ชนิดที่มี sub platter 


การใช้สายพานขับตรงกับแพลทเตอร์นิยมใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นใหม่  ๆ 


ในเครื่องที่มีราคาแพง มักทำมอเตอร์แยกจากตัวเครื่องเพื่อลดการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ที่จะส่งผ่านไปรบกวนหัวเข็ม 




             3 ส่งกำลังตรงจากมอเตอร์ (Direct Drive) เป็นอีกแบบหนึ่งของการส่งกำลังโดยออกแบบให้มอเตอร์อยู่ที่จุดศูนย์กลางของแพลทเตอร์ โดยมอเตอร์ที่ใช้จะเป็นมอเตอร์ชนิด DC Servo ที่คววมคุมความเร็วรอบให้คงที่ด้วยความถี่สังเคราะห์  ซึ่งมีจุดเด่นคือ รอบจะคงที่ไม่ว่าแรงดันไฟฟ้าจะไม่คงที่ หรือรูปคลื่นไฟฟ้าจะถูกรบกวน วงจรจะทำการชดเชยรอบให้เร็วขึ้น ช้าลง จนอยู่ในระดับที่ถูกต้องเสมอ บางรุ่น อาจมีปุ่มปรับชดเชยด้วยมืออีกด้วย ข้อดีอีกอย่างของเครื่องเล่นชนิดนี้คือ หากใช้เครื่องเล่นมือสองของต่างประเทศที่มีแรงดีน และความถี่ไม่เท่ากับในแระเทศไทย เพียงแค่ใช้หม้อแปลง แปลงแรงดัน ให้เท่ากับที่เครื่องต้องการเท่านั้น ส่วนความเร็วรอบเครื่องจะปรับความเร็วให้เองโดยที่ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย แต่ข้อเสีย ก็มักจะถูกวิจารณ์ในเรื่องของความคงที่ของรอบ ซึ่งระบบไดเรคไดรฟ์ที่พยายยามจะรักษารอบให้คงที่เอง ทำให้เกิดการขยับขึ้นลงของรอบอยู่ตลอดเวลา (แน่นอนว่าคนฟังทั่วไปฟังไม่ออก) 


มอเตอร์ไดเรคไดรฟ์ ซึ่งอยู่ใต้แพลทเตอร์



เครื่องเล่นเสียงรุ่นยอดนิยมซึ่งใช้ในงาน DJ มักใช้ระบบ Direct Drive เนื่องจากสามารถปรับความเร็วให้เร็ว ช้า ได้ เดินหน้า ถอยหลังได้ 




หลงไหลในร่องเสียง ตอน เครื่องเล่นแผ่นเสียงมือสอง

              ปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ว่า แผ่นเสียงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง นักเล่นเครื่องเสียงทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ต่างอยากลองลิ้มรสมนต์สเน่ห์แห่งแผ่นดำ  เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีขายในท้องตลาด มีตั้งแต่ราคาหลักพัน ยันหลักล้านให้เลือกซื้อตามกำลังทรัพย์
           
           สำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์ การเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงสักเครื่อง คงไม่ใช่ปัญหามากนัก แต่สำหรับมือใหม่ ผู้เริ่มหัดเล่น หรือผู้ที่มีกำลังทรัพย์ไม่มากนัก เครื่องเล่นแผ่นเสียงมือสองก็น่าสนใจ หากรู้จักเลือกครับ 
           เข้าเรื่องแบบด่วน ๆ กันเลยครับ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมือสอง คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรา หรือเป็นเครื่อง ไฟ 100 โวลท์ที่เป็นมือสองจากญี่ปุ่น เครื่องมือสองในบ้านเราเองที่ใช้ไฟฟ้า 220 โวลท์ 50 Hz สามารถใช้งานได้เลย แต่หากเป็นเครื่องมือสองจากญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้า 100 โวลท์ 60 Hz และเป็นระบบสายพาน ถึงแม้จะต่อกับหม้อแปลงไฟฟ้าลงจาก 200 เป็น 110-100 โวลท์แล้วก็ตาม แต่รอบการทำงานเครื่องจะช้ากว่าปกติ ผมเคนเจอพ่อค้าบางคนแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการเอาเทปพันสายไฟพันทับพูลเลท์มอเตอร์ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รอบเร็วขึ้นไกล้เคียงกับปกติ ซึ่งเป็นวิธีที่สุกเอาเผากินมาก ใช้ไปไม่นานเทปที่พันไว้หลุด รอบก็จะเปลี่ยน ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องมืองสอง ควรยกแพลทเตอร์ดูพูลเล่ท์ด้วยว่าเค้ากลึงใหม่ หรือใช้เทปพัน 
          จุดต่อมาที่ควรพิจารณาคือ การหมุนของแพลทเตอร์ ลองใช้มือแตะบนแพลทเตอร์ขณะยังไม่ได้เปิดเครื่อง แล้วดันแพลทเตอร์หมุนไปหลาย ๆ รอบ สังเกตุว่าการหมุนราบลื่นดีหรือไม่ มีอาการสะดุดติดดขัดมั้ย หากหมุนได้ราบรื่นดี ให้เสียบปลั๊กเปิดเครื่อง ให้แพลทเตอร์หมุน แพลทเตอร์ควรหมุนได้ราบเรียบ ไม่กระดก ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึง ไม่มีเสียงรบกวน เอามือแตะแท่นไม่มีอาการสั่นจากมอเตอร์
            ลำดับต่อไปที่ควรพิจารณาคือ แพลทเตอร์ หากเลือกได้ควรเลือกเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีแพลทเตอร์หา หนักเอาไว้ก่อน แพลทเตอร์ที่หนา หนัก จะมีแรงเฉื่อยมากกว่าแพลทเตอร์ที่บาง เบา ทำให้รอบคงที่มากกว่าขณะเล่น อีกทั้ง มีค่า resonance ความถี่ต่าง ๆ ที่จะเข้ามารบกวนที่ปลายเข็มน้อยลงด้วย 

             ส่วนที่สำคัญที่สุดของการเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมือสอง คือโทนอาร์ม โทนอาร์มจะต้องสามารถเคลื่อนที่ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอนได้อย่างคล่องตัว วิธีการทดสอบง่าย ๆ (ขณะทดสอบควนปิดปลายเข็มไว้ หรือถอดปลายเข็มออกก่อน) ตั้งตุ้มน้ำหนัง (counter weigth) ให้โทนอาร์ม บาล้านซ์ (แขวนลอยอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง) ยกโทนอาร์มขึ้นสุด แล้วปล่อยลง โทนอาร์มควรแขว่งขึ้นลงแบบม้ากระดกได้อย่างนิ่มนวลไม่สะดุด ไม่ค้าง หลังจากนั้น ให้ใช้ปลายนิ้วดันตรงเฮดเชลด์ ให้โทนอาร์มเคลื่อนตัวเข้ากาจุดศูนย์กลางของแพลทเตอร์ โดยดันเบา ๆ โทนอาร์มจะต้องเลื่อนเข้าไปอย่างนิ่มนวล ไม่สะดุด  และให้ดันกลับจากกลางแพลทเตอร์ออกมาที่ขอบแพลทเตอร์ ก็ต้องราบลื่น นิ่มนวลไม่สะดุดเช่นเดียวกัน 
          ขั้นตอนสุดท้ายคือการทดสอบรอบ ในยุคนี้วิธีการทดสอบรอบง่ายที่สุดคือการใช้ แอป ในโทรศัพท์ครับ แอปที่แนะนำชื่อ RPM ครับ เปิด แอปแล้ววางโทรศัพท์บนแพลทเตอร์ เปิดให้เครื่องหมุน สักพัก รอบเครื่องจะขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ ถ้าตัวเลขอยู่ประมาณ 33.1-33.4 ถือว่าไกล้เคียงยอมรับได้ครับ แต่ถ้ามากน้อยกว่านั้น ต้องปรับแก้ใข
       การเลือกซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงเบื้องต้น คงมีเรื่องเล่าให้ฟังกันแค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้สนุกกับการเล่นแผ่นเสียงครับ 

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พุชพูลแอมป์ตัวแรกที่ผมประทับใจ

          สืบเนื่องจากการพบปะสังสรรค์ในกลุ่ม DIY ภาคตะวันออก ที่จันทบุรี มีเพื่อนคนนึง พวกเราตั้งฉายาว่าลุง เอดิสาน (มาจาก โทมัส อัลวา เอดิสัน) เนื่องจาก ลุงสาน หรือเอดิสาน เป็นนักค้นคว้าทดลองตัวยง เอาแอมป์หลอดตัวเล็ก ๆ มา 1 เครื่อง ผมเองไม่เคยประทับใจแอมป์หลอดพุชพูลเลย ไม่ว่าเครื่อง DIY หรือ COMERCIAL แต่แอมป์เครื่องนี้กลับทำให้ผมประทับใจในน้ำเสียงของมันซะงั้น
         ฟังกันเสร็จ ถึงกับต้องลงมือชำแหละกันว่าทำไมถึงเสียงดี ความลับของการทำแอมป์พุชพูลอยู่ที่ ทำอย่างไรให้ คลื่นเสียงในเฟสบวก และเฟส ลบ มีรอยต่อที่ Smooth มากที่สุด วงจรพุชพูลโดยทั่วไปมักใช้หลอดในการกลับเฟสในภาคไดรฟ์ ซึ่งปรับจูนยาก และไม่ Stable ทำให้เสียงที่ออกมามีความเพี้ยนมาก
           ลุงเอดิสานเล่าว่า วงจรตันฉบับที่ทำ เป็นของ Electreprint ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตหม้อแปลงเสียง คุณภาพเป็นที่ยอมรับในวงการ DIY ทั่วโลก ลุงเอดิสานลงทุนซื้อหม้อกลับเฟสราคาครึ่งหมื่นมาลง งานนี้ทำให้เกิดไอเดียที่ว่า ถ้าเราหาวัสดุที่มีคุณภาพไกล้เคียงกันมาทำหม้อกลับเฟสเอง เสียงจะเป็นอย่างไร
            พี่น้องผองเพื่อเลยช่วยกันหาวัสดุ อุปกรณ์ส่งมาให้ผมเป็นหนูลองยา ปรับแต่งวงจรจากต้นฉบับนิดหน่อย ทำเสร็จ ทดสอบ เสียงมันใช้ได้ครับ เป็นรองแค่เสียงร้อง นักร้องสาว ๆ จากเครื่อง 845 SE ที่ประจำการไม่มากนัก  คุ้มจริง ๆ ครับ



วงจรที่ทำครับ

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

หลงไหล Analog และร่องเสียงไวนีล

     ห่างหายไปนานกับการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากภาระงานประจำ หลังจากที่งานเริ่มเข้าที่ เข้าทางคงต้องกลับมาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับเพื่อน ๆ เพิ่มเติมต่อไปครับ
ถึงแม้จะห่างหายไปจากบล๊อค แต่เสียงเพลงก็ยังไม่ห่างหาย ที่ผ่านมา อาจไม่เคยพูดถึงแผ่นเสียง แต่จุดเริ่มต้นในการฟังเพลงของผม เริ่มมาจากแผ่นเสียงครับ ไม่ใช่เทป ไม่ใช่
CD และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 20 กว่าปีที่เล่นเครื่องเสียง เครื่องเล่นแผ่นเสียงก็ประจำอยู่ในชุดเครื่องเสียงมาโดยตลอด อาจมีห่าง ๆ ไปบ้างก็ในช่วงที่เครื่องเล่นซีดีออกมา
ใหม่ ๆ ทำให้เห่อเทคโนโลยีไปพักใหญ่ จนปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ผมฟัง และชอบฟังเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงมากที่สุด
     เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผมใช้ เริ่มจากเครื่องเล่นราคาถูก ๆ หลากหลายยี่ห้อ และก็เปลี่ยนมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันผมใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ออกแบบและทำเองเกือบทั้งหมด
หลังจากนี้คงจะค่อย ๆ ลงข้อมูลแนะนำการออกแบบ แนวความคิด และการสร้างเครื่องเล่นแผ่นเสียงเองให้ดูกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Mini music Server

    ผมมีแหล่ง (Sourge) สำหรับเล่นเสียงเพลง อยู่ 3 แบบ คือ แผ่นเสียง ซีดี และ คอมพิวเตอร์ Music Server ที่ฟังบ่อยมาก น่าจะเป็นแผ่นเสียง เพราะ ส่วนใหญ่แผ่นที่มีจะเป็นแผ่นเพลงเก่า ๆ ที่เก็บมาตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลาย - มหาวิทยาลัย การที่ได้หยิบแผ่นเพลงเก่า ๆ มาฟัง ก็เป็นความสุขไปอีกแบบ
    เครื่องเล่น ซีดีทรานสปอท + DAC เอาไว้ฟังเพลง หรือทดสอบเครื่องแบบจริง ๆ จัง ๆ มากกว่า การฟังในชีวิตประจำวัน เพราะชอบฟังเพลงแบบสบาย ๆ อ่านหนังสือ หรือทำงานอดิเรกไปด้วยมากกว่า
   ส่วน Computer Music Server เป็นแหล่งข้อมูล ที่ดีในแง่ของการเล่นจริง ๆ เพราะเก็บเพลงไว้ได้มหาศาล เลือกเพลงมาขึ้นคิวรอไปได้เรื่อย ๆ ตามอารมณ์ เสียอย่างเดียว .. เปิดปิดช้าไปหน่อย และ ต้อง Setup กันพอควร จึงจะให้เสียงได้ดี
    ดูจากเครื่องเสียงรุ่นใหม่ ๆ หลาย รุ่น เห็นมีช่องเสียบ Ipod มาให้ด้วย เลยต้องมาศึกษา ต่อไปว่า Ipod เสียงจะดีแค่ไหน เรื่อง ไฟล์เพลง ไม่น่าห่วง เพราะเป็น wave file ที่น่าทดสอบคือเอ้าท์พุท ipod ที่ลองเล่น แล้วเสียงถูกใจ จะเป็นตัว Gen 5 รุ่น VDO 80 Gb DAC เป็น Wolfson ความจุขนาดนี้ เห็นเพลงได้ไม่น้อยกว่า 2000 เพลง ต่อจาก Dock ตรง ๆ เข้าแอมป์ ได้เสียงดีทีเดียวครับ .. วันหลังจะเล่าการทำวาย Dock ดี ๆ ให้ฟังกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

งานมีทติ้งกลางปี บ้านบนเนิน

       ห่างหายไปนานพอสมควรครับ ทั้งเรื่อง DIY และเรื่องงานมีทติ้งที่จัดประจำ เนื่องด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ช่วงนี้ งานสร่างซา จึงจัดงานมีทติ้งรวมพลกันอีกครั้ง
       เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ถือฤกษ์สะดวกก่อนวันแม่ เปิดบ้านบนเนินต้อนรับเพื่อน ๆ ราว 30 คน หอบผลงานมา โชว์ มาทดสอบ แลกเปลี่ยนความรู้กัน งานนี้ ต้องขอบคุณคุณ อาณัต เจ้าจองบริษัท อาณาตรอน ที่อุตส่าห์หอบหิ้วเครื่องมือชุดใหญ่มาทดสอบแอมป์ให้เพื่อน ๆ

    
       แอมป์ ที่ผมใช้เป็นชุดประจำ คือ SE845 ก็ได้รับการทดสอบด้วยเช่นกัน และได้ผลลัพท์ที่คาดไม่ถึง คือ การตอบสนองความถี่ ค่อนข้างดี โดยเฉพาะย่านกลาง - สูง ย่านต่ำโรลออฟไปบ้าง (ซึ่งอยู่ในแผนที่จะปรับปรุงอยู่แล้ว รออุปกรณ์มาเท่านั้น) เฟสของเสียงดีมาก ค่า THD (total hamonic distorsion) ต่ำมาก เฉลี่ยไม่เกิน 2%  เมื่อทดสอบกันเสร็จ เลยต้องนั่งฟังกันจนได้เวลาแยกย้ายกลับบ้าน
       กว่าจะแยกย้ายกันกลับก็เกือบ 5 โมงเย็น หอบหิ้วการบ้าน (ผลงาน) กลับไปแก้ใขปรับปรุงกันต่อ ..ครั้งหน้า หากไม่มีอุปสรรคอะไรอีก เจอกันเดือนมีนาคม เช่นเคยครับ



วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

แจกวงจร 2 2A3 Fullpower

   วงจรนี้ ออกแบบ และทำให้เพื่อน เจ้าของเครื่องนี้เล่น โซลิดเสตทมาก่อน กับลำโพง Proac Respon 1 sc ซึ่งขับยากพอควร แต่ชอบเสียงของ 2A3 จึงต้องออกแบบวงจรให้มีกำลังขับเต็มที่ตามคุณสมบัติของหลอด โดยการเพิ่มแรงดัน และกระแสให้อยู่ที่จุดสูงสุดเท่าที่หลอดจะรับได้
   เสียงที่ได้จากวงจรนี้ ยังคงจุดเด่นของเสียงกลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ 2A3 ไว้ แต่มีอิมแพคของเบส ที่นุ่มนวล น่าฟัง
   หลอดที่ใช้ ควรเป็นหลอดที่มีสภาพดี (Strong) หน่อยครับ ถ้าหลอด weak ไม่สามารถใช้งานได้ครับ จากเครื่องต้นแบบ เจ้าของใช้วันละ 2-3 ชั่วโมง เกือบทุกวันมา 3 ปีแล้ว หลอดยังใช้งานได้ตามปกติครับ  เอาวงจรไปดูกันเลยครับ

ดูรายละเอียด ได้ที่    http://www.htg2.net/index.php?topic=19708.0

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

แจกวงจร 1 2A3

        ในบรรดาแอมป์ที่เคยทำ 2A3 เป็นหลอดที่ทำมากที่สุด รวม ๆ แล้ว ไม่น้อยกว่า 20 เครื่อง เป็น 1 ใน 2 เครื่องที่ประจำการในห้องฟังของผม ( เครื่องประจำการ มี 2A3 และ 845 )
       ทำไมจึงต้อง 2A3 แอมป์หลอดเบอร์นี้  เป็นแอมป์ที่ทำง่าย เสียงถูกใจใครหลาย ๆ คน ราคาหลอดมีให้เลือกตั้งแต่คู่ละ 2000 กว่า จนถึงเป็นหมื่น / คู่ ผมเริ่มทำแอมป์ 2A3 ครั้งแรก ประมาณปี พ.ศ. 2540 ใช้วงจรเสตจเดียวแบบง่าย ๆ เล่นกับลำโพงโบราณ ฟังเพลงร้องเก่า ๆ ถูกใจมากครับ หลอดเบอร์นี้เลยกลายเป็นหลอด 1 ในดวงใจนับตั้งแต่นั้น
       เนื่องจากต้องทำเพื่อรองรับอารมณ์เพลงให้หลากหลายมากขึ้น ผมจึงปรับปรุงวงจร ให้เป็น 2 เสตจ ทำให้ได้กำลังขับของ 2A3 เต็มที่ มีไดนามิค และรายละเอียดมากขึ้น
       วงจรที่ลงนี้ เป็นวงจรที่ทดสอบแล้ว ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชีวิตยุ่ง ๆ กับงาน DIY

     กว่าจะได้เขียนข้อความนี้ นั่งจ้องจอคอมอยู่นานพอควร ห่างหายไปหลายวัน ด้วยหน้าที่ การงาน คิดถึงเพื่อน ๆ เลยต้องกลับมานั่งคุยกันสักหน่อย แล้วเดี๋ยวค่อยแบ่งปันความรู้กันต่อไปครับ
     ช่วงที่ห่างหายไป นอกจากติดงานแล้ว ยังเป็นช่วงที่เพื่อน ๆ ผมบางคนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เพื่อนบางคนป่วย บางคนประสบปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว บางคนก็พอจะให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือได้ บางคนก็ได้แต่ให้กำลังใจ เมื่อเรื่องยุ่ง ๆ ผ่านพ้นไป ก็กลับมายุ่งเรื่องในบ้านอีก อยู่บ้านหลังนี้มาครบ 4 ปี เลยถือโอกาสปรับปรุงสภาพแวดล้อมสักที เดือนมีนาคมจะได้มีที่ให้เพื่อน ๆ มาพบปะกันได้อย่างสะดวกสบาย
      ช่วงนี้มีแอมป์หลอดยี่ห้อดังของไทยมากองรอให้โมอยู่เครื่องนึง หงายท้องไว้ 2 วันแล้วครับ เอาไว้โมเสร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีแล้วกันครับ ...

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟังเพลง (ตอนที่ 4)

     Transparency ความสะอาด (ของเสียง)  แนะนำให้ทดลองฟังด้วยเพลง Played twice โดย The Fred Hersch Trio ในเพลง จะมีเครื่องดนตรี คือเปียนโน เบส กลอง ซึ่งให้เสียงได้เต็มที่ ไม่เบลอ บวม เสียงของเปียนโนที่เคาะไล่ลงบนสาย เสียงเบสที่ตรงเข้าหาผู้ฟัง หรือเสียงของกลอง และเครื่องเครื่องเคาะ ที่โดดเด่น ไม่มีอาการคลุมเครือ
    ผมชอบตรงเสียงกลอง ที่สามารถให้เสียงที่สะอาดจริง ๆ เสียงไม้กลองที่กระทบกับหนังกลอง ลงไป เหมือนกับยืนฟัังอยู่หน้ากลองจริง ๆ เสียงที่มีความสะอาด ทำให้บอกตำแหน่ง หรือเวทีเสียงได้ง่ายครับ

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟังเพลง (ตอนที่ 3)

    ในแทรคที่ 11 Naturalness แนะนำให้ทดลองฟังเพลง Correnteza  ขับร้องโดย Ana Caram ในเพลงนี้ ได้แนะนำให้ฟัง เสียงที่บันทึกมาแบบอนาล๊อค สัมผัสเสียง นักร้อง และเครื่องดนตรี ที่แท้จริง ตั้งแต่ บรรยากาศของ วงดนตรี เสียงลมหายใจของนักร้อง แบคกราวด์เพลง
ขณะที่ฟังเพลงนี้ ในช่วง intro เสียงของนกร้อง จะเหมือนอยู่รอบ ๆ ตัว เสียงเชลโล ที่ลากลงต่ำ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเพลงนี้ ใช้ทดสอบเครื่องเสียงได้เป็นอย่งดีครับ

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟัง (ตอนที่ 2)

    ในแทรคที่ 6 พูดถึง   บรรยากาศ (Atmosphere) จากเพลง Maiden Voyage ขับร้องโดย Leny Andrade แนะนำการฟังให้รับรู้ถึง ขอบข่ายวงดนตรีที่มีความกว้าง แต่ในขณะเดียวกัน สามารถบอกตำแหน่งของ นักร้อง เครื่องดนตรีต่าง ๆ  ได้อย่างชัดเจน มีพลัง สมจริง
    แทรคที่ 8 ความบริสุทธิ์ของเสียงกลาง (Midrange-Purity) จากเพลง Grandma's Hands ขับร้องโดย Livingston Taylor ความบริสุทธิ์ของเสียงกลาง หมายถึง ความสมจริง สมจัง ของ เสียงร้อง ซึงนอกจาก จะมีความไพเราะแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพลังเสียงที่เปล่งออกมาจากปอด รวมถึง การให้จังหวะด้วยการดีดนิ้วมือในเพลง ที่สามารถรับรู้การกระทบกันของนิ้วและกระดูก (ทำไมต้อง ความบริสุทธของเสียงกลาง : เพราะเสียงกลาง กินขอบเขตกว้างในการรับฟัง ครอบคลุมทั้งเสียงร้อง และเครื่องดนตรีหลายชนิด รวมถึงเป็นย่านเสียงที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเวทีเสียง)

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟัง

     ผลพวงจากช่วงงาน " DIY @ ชายทะเล " คุณโอบได้นำแผ่นซีดี สำหรับฝึกการฟังเพลงมาให้ลอง เป็นแผ่นที่ทำโดย เชสกี้ เรคคอร์ด บรรยายไทย ถึงการฟังเพลงที่บันทึกมาด้วยคุณภาพสูง แต่ละเพลง จะมีจุดเด่นในด้านต่าง ๆ ให้ทดลองฟังครับ
      แทรค ที่ 2 แนะนำให้ฟังเพลง Spanish Harlem ร้องโดย Rebecca Pidgeon โดยให้ผู้ฟัง ฟังเพลงที่บันทึกมาอย่าง high resolution คำว่า high resolution หมายถึง รายละเอียดสูง ในที่นี้หมายถึงเพลงที่มีการบันทึกเสียงดนตรี และนักร้อง ด้วยคุณภาพสูง สามารถแสดง เวทีเสียงทั้งด้านข้าง ด้านบน-ล่าง ความลึกของเวที รวมถึงสามารถแยกแยะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดจากเครื่องดนตรีชนิดเดียวกัน แต่มีการเคลื่อนไหวของผู้เล่น หรือการเคลื่อนไหวของนักร้อง

       แทรคที่ 4 แนะนำในเรื่องของความลึก (Depth) เพลงที่แนะนำ คือเพลง If I could sing your blues ขับร้องโดย Sara K. คำแนะนำในการฟังเพลงเพื่อเข้าใจถึงความลึกคือ แบคกราวด์ในเพลงนี้ เสียงแซกโซโฟน จะอยูหลังนักร้อง ไปมาก เสียงจึงไม่ดังมากนัก ใขขณะที่นักร้อง อยู่ไกล้ไมโครโฟน เมื่อลองฟังเริ่มแรก จะเห็นชัดว่า มีความห่างของตำแหน่งดนตรี และนักร้องชัดเจน เสียงของนักร้องที่เค้นพลังออกมา บางส่วน สะท้อนกลับจากผนังเข้ามาที่ไมโครโฟน อย่างเห็นได้ชัด ดนตรี มีความหนัก เบา ตามอารมณ์เพลง  


เดี๋ยวว่าง ๆ มาเล่าต่อครับ

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เส้น สาย และเสียง

    หลายปีที่แล้วผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องสายไฟ AC และ Accessory ประกอบในการฟังเพลงจากเครื่องเสียงเท่าใดนัก แต่ในวันนี้ ได้ทดสอบแล้วครับว่า สายไฟ AC ที่จ่ายไฟให้แอมป์ของเรา มีผลต่อเสียงมากเพียงใด ...
      สิ่งที่ผมค้นพบอย่างหนึ่งคือ การฟังเพลงจากเครื่องเสียงนั้น ประสบการณ์ในการฟังมีส่วนสำคัญมาก การที่ได้ลองฟังจากเครื่องเสียงดี ๆ ห้องฟังดี ๆ และการชี้แนะจากผู้ที่มีประสบการณ์อย่างแท้จริง ทำให้เราพัฒนาทักษะในการรับรู้ และแยกแยะรายละเอียดได้ดีขึ้น

      การทดลองเทียบเสียงแบบง่าย ๆ .. หากใช้สายไฟเส้นเล็ก ๆ ที่แถมมากับเครื่อง หรือสายไฟคอมพิวเตอร์ ให้ลองเปลี่ยน ไปเป็นสายไฟ ขนาด 3 x 2.5  sqmm ยังไม่ต้องเอาแพง ยี่ห้อพื้น ๆ ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ได้ เมตรละ 30-40 บาท ซื้อสัก 2 เมตร หาปลั๊กหัวท้ายมาใส่ เอาแบบราคาพอรับได้ ประมาณว่ารวม ๆ แล้ว ทั้งชุด ไม่ต้องเกิน 800-1000 บาท แล้วเสียบเข้าไปแทน สายเดิม จะได้ยินเสียงที่แตกต่างกันได้ชัดเจน
      ลองดูเล่น ๆ เพิ่มก็ได้ครับ สายไฟที่ขายในร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป มีประมาณ 4-5 ยี่ห้อ ลองดูว่าเสียงแตกต่างกันมั๊ย ... อาจเจออย่างที่ชอบ ในราคาที่ใช่ก็ได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลำโพง ฟูลเร้นจ์ (Full Range)

    อะไรคือลำโพงฟูลเร้นจ์ ?
                  Full Range แปลแบบง่าย ๆ ตรง ๆ ก็เต็มย่าน(ความถี่) หมายถึงลำโพงที่สามารถ ตอบสนองความถี่ในย่านที่หูเราได้ยิน เช่น 20-20000 Hz ถึงแม้ แต่ละยี่ห้อ อาจจะโฆษณาว่าตอบสนองความถี่ได้สูง หรือต่ำกว่านี้ ก็แล้วแต่ครับ
                  คำถามต่อมา ก็คือ แล้วลำโพงฟูลเร้นจ์ จะมีกี่ไดรเวอร์กี่ตัวใน 1 ตู้ เพราะ ลำโพง 2 ทาง 3 ทาง ก็ตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่าน ลำโพง ดอกเดียว บางยี่ห้อ ก็ ตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่านเช่นกัน
                   ที่ถูก คือ ลำโพงฟูลเร้นจ์ หมายถึงลำโพงดอกเดียว ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่านการฟัง

      ทำไม ลำโพงฟูลเร้นจ์จึงถูกจับคู่กับแอมป์หลอด ?
                    ลำโพงฟูลเร้นจ์ส่วนใหญ จะมีความไวสูงมาก เช่น Lowther บางรุ่น ความไวมากกว่า 102 dB ที่ความไวขนาดนี้ แอมป์หลอดที่มีกำลังขับ 1 วัตต์ก็สร้างเสียงให้กระหึ่มคับห้องได้
       แล้วจำเป็นหรือไม่กับลำโพงฟูลเร้นจ์ ?
                     เรื่องคุณภาพเสียง ผมคงไม่ฟันธงครับ เพราะเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคน ที่แน่ ๆ คือ ราคาลำโพงฟูลเร้นจ์ สูงเอาเรื่อง อีกทั้ง ตู้ลำโพง จะต้องเป็นไปตามแบบที่เหมาะสมกับลำโพงแต่ละรุ่น ซึ่งมีความซับซ้อนในการออกแบบและทำพอสมควร

    ถ้าจะให้แนะนำ ลำโพง สำหรับแอมป์หลอดแล้ว สำหรับผม ผมจะมองที่ลำโพง 2-3 ทาง รุ่นเก่า ๆ ของ อเมริกา หรือญี่ปุ่น ราคามือ 2 มือ 3 หรือมากกว่านั้น สภาพสวย ๆ ราคาหลักพันกลาง ๆ ความไว ประมาณ 90-94 DB ก็สามารถเล่นกับแอมป์หลอดได้ดีพอสมควรครับ
                     

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปรับแต่งแอมป์หลอด

    หากมีคำถามว่า ต้องการให้แอมป์เสียงเป็นแหลมมากขึ้น เสียงกลางมากขึ้น เบสลึกลง หรืออีกสารพัดคำถาม  คำตอบแนวยอดนิยมคงหนีไม่พ้น ให้ลองเปลี่ยนหลอด เปลี่ยนอุปกรณ์ เปลี่ยนนั่น เปลี่ยนนี่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ราคาเครื่อง แพงกว่าเครื่องแบรนด์ดังก็ยังไม่ได้เสียงที่ถูกใจ
    การทำแอมป์หลอด มีจุดเด่น  ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ดีมาก ๆ คือ ความยืดหยุ่นของ การใช้แรงดันไฟฟ้าในวงจร รวมถึงการใช้ค่าอุปกรณ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรเป็นได้มากพอสมควร เครื่องก็ยังทำงานได้ คือมีเสียงดัง .. แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงคือ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แรงดันไฟฟ้า และค่าอุปกรณ์ เสียงย่อมเปลี่ยนไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
    
    โดยทั่วไปแล้ว การใช้แรงดันในวงจรที่สูงขึ้น มักจะให้เสียงที่สดขึ้น ตอบสนองความถี่สูงได้ดีขึ้น (แต่ต้องระวังเรื่องกระแส และความต่างของแรงดันเพลท และคาโถด ให้อยู่ในช่วงที่หลอดทนได้ด้วย) ในเรื่องนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังมีพื้นฐานไม่ดีนัก ควรจะทดลองปรับแต่งแรงดัน โดยคำแนะนำของผู้ที่มีประสบการณ์จะดีกว่าครับ
     นอกเหนือจากแรงดันในวงจรแล้ว สิ่งที่กำหนดแนวเสียง หรือคุณภาพเสียงของแอมป์หลอดที่สำคัญอีกอย่างคือ หม้อแปลงเอ้าท์พุท ซีึ่งมีทั้งทำในไทย และของต่างประเทศ ราคาหลักร้อย จนถึงหลายหมื่น ตรงนี้ฟันธงได้ว่า ราคาแพงเสียงดีแน่ แต่ ที่ทำในไทยราคาถูกว่าของนอกหลายเท่าก็ดีได้ครับ

วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เก็บมาเล่า "เรื่องห้องฟัง" ตอนที่ 2

    ตอนที่แล้ว บอกเล่าแนวทางการทำห้องฟังเพลงเบื้องต้นไปแล้ว ครั้งนี้ ต่อกันด้วยเรื่อง การหาตำแหน่ง ติดตั้งวัสดุกระจายเสียงด้านข้าง
    คุณหมอนพ แนะนำวิธีการแบบง่าย ๆ แต่อาศัยหลักการทางฟิสิกส์เบื้องต้น คือ มุมตก ของเสียง = มุมสะท้อน  เสียงเป็นพลังงานที่มีทิศทางเช่นเดียวกับแสง ดังนั้น หากเรานั่งอยู่ในตำแหน่งที่ฟังเพลง แล้วนำกระจก มาติดที่ผนังด้านข้าง ในระดับหู ลองเลื่อนกระจกไปด้านหน้า และหลังห้อง ในแนวระนาบ ตำแหน่งใดที่เรามองเห็นลำโพงในกระจก ตำแหน่งนั้นคือ จุดที่ เสียงสะท้อนจากลำโพง มาเข้าหูเรา และเป็นจุดที่ควรติดตั้ง วัสดุกระจายเสียง
  
   ส่วนวัสดุ ที่นำมาใช้ (อันนี้ผมแนะนำ) อาจใช้ของที่ทำในบ้านเรา หรือจะ DIY เองก็ได้ ครับ ผม DIY เองแบบง่าย ๆ ในราคาต้นทุนต่ำกว่าที่ทำขายถึง 6 เท่าครับ
     ดูรายละเอียดการทำแผงกระจายเสียงได้ที่  http://www.htg2.net/index.php?topic=63408.0

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เก็บมาเล่า "เรื่องห้องฟัง"

      บางคนอาจคิดว่า เครื่องเสียงดี ฟังที่ไหนก็ต้องเสียงดี .. เคยไปงานแสดงเครื่องเสียง แล้วมีความรู้สึกว่า เครื่องเสียงราคาหลักแสน หลักล้านที่แสดงอยู่นั้น เสียงช่างแย่เหลือเกินหรือไม่ครับ
       ในงาน "DIY @ ชายทะเล" ที่ผ่านมา คุณหมอนพ ได้มาเล่าให้ เพื่อน ๆ ที่มาร่วมงานฟังถึงเรื่อง ความสำคัญของห้องฟังเพลง และการจัดห้องฟังเพลง ผมจึงขอนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังต่อแบบย่อ ๆ ด้วยแล้วกันครับ
     คุณหมอนพ แนะนำดังนี้ครับ
           1. สัดส่วนของห้องฟัง ควรหารกันไม่ลงตัว เช่น 4.5 x 6 ม. (หรือเล็กลงหน่อยก็ 3.5 x 5 ม.)
           2. ด้านซ้ายขวาของห้อง ควรมีพื้นผิว หรือวัสดุที่เหมือน ๆ กัน และหากไม่ขนานกันได้ก็จะดี
           3. เพดานห้อง ควรสูงอย่างน้อย 2.7 ม. หรือมากกว่า หรือทำให้ลาดเอียงก็จะดี
           4. พื้นควรปูพรม
           5. ผนัง ด้านข้าง 2 ด้านควรติดตั้งแผงกระจายเสียง (ดิฟฟิวเซอร์)
           6. หากเบสบูม (เบสมากเกิน สั่นคราง) บริเวณมุมห้อง ควรใช้เบสแทรป ตั้งวางไว้
      เหล่านี้ เป็นแนวทางเบื้องต้นในการจัดห้องฟังเพลงครับ ห้องฟังที่ดี จะส่งเสริมคุณภาพเสียงที่ได้จากชุดเครื่องเสียง ให้แสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ ครับ
      ในทางกลับกัน ห้องฟังที่มีเสียงรบกวน ทั้งจากภายนอก การสั่นกระพือของผนัง เสียงก้องสะท้อน เหตุต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เสียงในย่านความถี่ใด ความถี่หนึ่ง หรือหลายย่านความถี่ บูม หรือออกมามากเกินไป เสียงที่ได้ยินจึงสับสน และรายละเอียดลดน้อยลงไป