วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟังเพลง (ตอนที่ 4)

     Transparency ความสะอาด (ของเสียง)  แนะนำให้ทดลองฟังด้วยเพลง Played twice โดย The Fred Hersch Trio ในเพลง จะมีเครื่องดนตรี คือเปียนโน เบส กลอง ซึ่งให้เสียงได้เต็มที่ ไม่เบลอ บวม เสียงของเปียนโนที่เคาะไล่ลงบนสาย เสียงเบสที่ตรงเข้าหาผู้ฟัง หรือเสียงของกลอง และเครื่องเครื่องเคาะ ที่โดดเด่น ไม่มีอาการคลุมเครือ
    ผมชอบตรงเสียงกลอง ที่สามารถให้เสียงที่สะอาดจริง ๆ เสียงไม้กลองที่กระทบกับหนังกลอง ลงไป เหมือนกับยืนฟัังอยู่หน้ากลองจริง ๆ เสียงที่มีความสะอาด ทำให้บอกตำแหน่ง หรือเวทีเสียงได้ง่ายครับ

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟังเพลง (ตอนที่ 3)

    ในแทรคที่ 11 Naturalness แนะนำให้ทดลองฟังเพลง Correnteza  ขับร้องโดย Ana Caram ในเพลงนี้ ได้แนะนำให้ฟัง เสียงที่บันทึกมาแบบอนาล๊อค สัมผัสเสียง นักร้อง และเครื่องดนตรี ที่แท้จริง ตั้งแต่ บรรยากาศของ วงดนตรี เสียงลมหายใจของนักร้อง แบคกราวด์เพลง
ขณะที่ฟังเพลงนี้ ในช่วง intro เสียงของนกร้อง จะเหมือนอยู่รอบ ๆ ตัว เสียงเชลโล ที่ลากลงต่ำ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเพลงนี้ ใช้ทดสอบเครื่องเสียงได้เป็นอย่งดีครับ

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟัง (ตอนที่ 2)

    ในแทรคที่ 6 พูดถึง   บรรยากาศ (Atmosphere) จากเพลง Maiden Voyage ขับร้องโดย Leny Andrade แนะนำการฟังให้รับรู้ถึง ขอบข่ายวงดนตรีที่มีความกว้าง แต่ในขณะเดียวกัน สามารถบอกตำแหน่งของ นักร้อง เครื่องดนตรีต่าง ๆ  ได้อย่างชัดเจน มีพลัง สมจริง
    แทรคที่ 8 ความบริสุทธิ์ของเสียงกลาง (Midrange-Purity) จากเพลง Grandma's Hands ขับร้องโดย Livingston Taylor ความบริสุทธิ์ของเสียงกลาง หมายถึง ความสมจริง สมจัง ของ เสียงร้อง ซึงนอกจาก จะมีความไพเราะแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพลังเสียงที่เปล่งออกมาจากปอด รวมถึง การให้จังหวะด้วยการดีดนิ้วมือในเพลง ที่สามารถรับรู้การกระทบกันของนิ้วและกระดูก (ทำไมต้อง ความบริสุทธของเสียงกลาง : เพราะเสียงกลาง กินขอบเขตกว้างในการรับฟัง ครอบคลุมทั้งเสียงร้อง และเครื่องดนตรีหลายชนิด รวมถึงเป็นย่านเสียงที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเวทีเสียง)

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ศัพท์ กับการฟัง

     ผลพวงจากช่วงงาน " DIY @ ชายทะเล " คุณโอบได้นำแผ่นซีดี สำหรับฝึกการฟังเพลงมาให้ลอง เป็นแผ่นที่ทำโดย เชสกี้ เรคคอร์ด บรรยายไทย ถึงการฟังเพลงที่บันทึกมาด้วยคุณภาพสูง แต่ละเพลง จะมีจุดเด่นในด้านต่าง ๆ ให้ทดลองฟังครับ
      แทรค ที่ 2 แนะนำให้ฟังเพลง Spanish Harlem ร้องโดย Rebecca Pidgeon โดยให้ผู้ฟัง ฟังเพลงที่บันทึกมาอย่าง high resolution คำว่า high resolution หมายถึง รายละเอียดสูง ในที่นี้หมายถึงเพลงที่มีการบันทึกเสียงดนตรี และนักร้อง ด้วยคุณภาพสูง สามารถแสดง เวทีเสียงทั้งด้านข้าง ด้านบน-ล่าง ความลึกของเวที รวมถึงสามารถแยกแยะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดจากเครื่องดนตรีชนิดเดียวกัน แต่มีการเคลื่อนไหวของผู้เล่น หรือการเคลื่อนไหวของนักร้อง

       แทรคที่ 4 แนะนำในเรื่องของความลึก (Depth) เพลงที่แนะนำ คือเพลง If I could sing your blues ขับร้องโดย Sara K. คำแนะนำในการฟังเพลงเพื่อเข้าใจถึงความลึกคือ แบคกราวด์ในเพลงนี้ เสียงแซกโซโฟน จะอยูหลังนักร้อง ไปมาก เสียงจึงไม่ดังมากนัก ใขขณะที่นักร้อง อยู่ไกล้ไมโครโฟน เมื่อลองฟังเริ่มแรก จะเห็นชัดว่า มีความห่างของตำแหน่งดนตรี และนักร้องชัดเจน เสียงของนักร้องที่เค้นพลังออกมา บางส่วน สะท้อนกลับจากผนังเข้ามาที่ไมโครโฟน อย่างเห็นได้ชัด ดนตรี มีความหนัก เบา ตามอารมณ์เพลง  


เดี๋ยวว่าง ๆ มาเล่าต่อครับ

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เส้น สาย และเสียง

    หลายปีที่แล้วผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องสายไฟ AC และ Accessory ประกอบในการฟังเพลงจากเครื่องเสียงเท่าใดนัก แต่ในวันนี้ ได้ทดสอบแล้วครับว่า สายไฟ AC ที่จ่ายไฟให้แอมป์ของเรา มีผลต่อเสียงมากเพียงใด ...
      สิ่งที่ผมค้นพบอย่างหนึ่งคือ การฟังเพลงจากเครื่องเสียงนั้น ประสบการณ์ในการฟังมีส่วนสำคัญมาก การที่ได้ลองฟังจากเครื่องเสียงดี ๆ ห้องฟังดี ๆ และการชี้แนะจากผู้ที่มีประสบการณ์อย่างแท้จริง ทำให้เราพัฒนาทักษะในการรับรู้ และแยกแยะรายละเอียดได้ดีขึ้น

      การทดลองเทียบเสียงแบบง่าย ๆ .. หากใช้สายไฟเส้นเล็ก ๆ ที่แถมมากับเครื่อง หรือสายไฟคอมพิวเตอร์ ให้ลองเปลี่ยน ไปเป็นสายไฟ ขนาด 3 x 2.5  sqmm ยังไม่ต้องเอาแพง ยี่ห้อพื้น ๆ ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ได้ เมตรละ 30-40 บาท ซื้อสัก 2 เมตร หาปลั๊กหัวท้ายมาใส่ เอาแบบราคาพอรับได้ ประมาณว่ารวม ๆ แล้ว ทั้งชุด ไม่ต้องเกิน 800-1000 บาท แล้วเสียบเข้าไปแทน สายเดิม จะได้ยินเสียงที่แตกต่างกันได้ชัดเจน
      ลองดูเล่น ๆ เพิ่มก็ได้ครับ สายไฟที่ขายในร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป มีประมาณ 4-5 ยี่ห้อ ลองดูว่าเสียงแตกต่างกันมั๊ย ... อาจเจออย่างที่ชอบ ในราคาที่ใช่ก็ได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลำโพง ฟูลเร้นจ์ (Full Range)

    อะไรคือลำโพงฟูลเร้นจ์ ?
                  Full Range แปลแบบง่าย ๆ ตรง ๆ ก็เต็มย่าน(ความถี่) หมายถึงลำโพงที่สามารถ ตอบสนองความถี่ในย่านที่หูเราได้ยิน เช่น 20-20000 Hz ถึงแม้ แต่ละยี่ห้อ อาจจะโฆษณาว่าตอบสนองความถี่ได้สูง หรือต่ำกว่านี้ ก็แล้วแต่ครับ
                  คำถามต่อมา ก็คือ แล้วลำโพงฟูลเร้นจ์ จะมีกี่ไดรเวอร์กี่ตัวใน 1 ตู้ เพราะ ลำโพง 2 ทาง 3 ทาง ก็ตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่าน ลำโพง ดอกเดียว บางยี่ห้อ ก็ ตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่านเช่นกัน
                   ที่ถูก คือ ลำโพงฟูลเร้นจ์ หมายถึงลำโพงดอกเดียว ที่สามารถตอบสนองความถี่ได้ตลอดย่านการฟัง

      ทำไม ลำโพงฟูลเร้นจ์จึงถูกจับคู่กับแอมป์หลอด ?
                    ลำโพงฟูลเร้นจ์ส่วนใหญ จะมีความไวสูงมาก เช่น Lowther บางรุ่น ความไวมากกว่า 102 dB ที่ความไวขนาดนี้ แอมป์หลอดที่มีกำลังขับ 1 วัตต์ก็สร้างเสียงให้กระหึ่มคับห้องได้
       แล้วจำเป็นหรือไม่กับลำโพงฟูลเร้นจ์ ?
                     เรื่องคุณภาพเสียง ผมคงไม่ฟันธงครับ เพราะเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคน ที่แน่ ๆ คือ ราคาลำโพงฟูลเร้นจ์ สูงเอาเรื่อง อีกทั้ง ตู้ลำโพง จะต้องเป็นไปตามแบบที่เหมาะสมกับลำโพงแต่ละรุ่น ซึ่งมีความซับซ้อนในการออกแบบและทำพอสมควร

    ถ้าจะให้แนะนำ ลำโพง สำหรับแอมป์หลอดแล้ว สำหรับผม ผมจะมองที่ลำโพง 2-3 ทาง รุ่นเก่า ๆ ของ อเมริกา หรือญี่ปุ่น ราคามือ 2 มือ 3 หรือมากกว่านั้น สภาพสวย ๆ ราคาหลักพันกลาง ๆ ความไว ประมาณ 90-94 DB ก็สามารถเล่นกับแอมป์หลอดได้ดีพอสมควรครับ
                     

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปรับแต่งแอมป์หลอด

    หากมีคำถามว่า ต้องการให้แอมป์เสียงเป็นแหลมมากขึ้น เสียงกลางมากขึ้น เบสลึกลง หรืออีกสารพัดคำถาม  คำตอบแนวยอดนิยมคงหนีไม่พ้น ให้ลองเปลี่ยนหลอด เปลี่ยนอุปกรณ์ เปลี่ยนนั่น เปลี่ยนนี่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ราคาเครื่อง แพงกว่าเครื่องแบรนด์ดังก็ยังไม่ได้เสียงที่ถูกใจ
    การทำแอมป์หลอด มีจุดเด่น  ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ดีมาก ๆ คือ ความยืดหยุ่นของ การใช้แรงดันไฟฟ้าในวงจร รวมถึงการใช้ค่าอุปกรณ์ที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรเป็นได้มากพอสมควร เครื่องก็ยังทำงานได้ คือมีเสียงดัง .. แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงคือ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง แรงดันไฟฟ้า และค่าอุปกรณ์ เสียงย่อมเปลี่ยนไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
    
    โดยทั่วไปแล้ว การใช้แรงดันในวงจรที่สูงขึ้น มักจะให้เสียงที่สดขึ้น ตอบสนองความถี่สูงได้ดีขึ้น (แต่ต้องระวังเรื่องกระแส และความต่างของแรงดันเพลท และคาโถด ให้อยู่ในช่วงที่หลอดทนได้ด้วย) ในเรื่องนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังมีพื้นฐานไม่ดีนัก ควรจะทดลองปรับแต่งแรงดัน โดยคำแนะนำของผู้ที่มีประสบการณ์จะดีกว่าครับ
     นอกเหนือจากแรงดันในวงจรแล้ว สิ่งที่กำหนดแนวเสียง หรือคุณภาพเสียงของแอมป์หลอดที่สำคัญอีกอย่างคือ หม้อแปลงเอ้าท์พุท ซีึ่งมีทั้งทำในไทย และของต่างประเทศ ราคาหลักร้อย จนถึงหลายหมื่น ตรงนี้ฟันธงได้ว่า ราคาแพงเสียงดีแน่ แต่ ที่ทำในไทยราคาถูกว่าของนอกหลายเท่าก็ดีได้ครับ